posted on 26 Jun 2009 15:17 by totiz in Server
บทความนี้จะเป็นเรื่องเฉพาะทางของ Linux นะครับ
หลายคนเคยใช้ หรือกำลังสนใจที่จะใช้ Linux เป็น Server ไม่ว่าจะ Web Server, Mail Server, DNS Server, Gateway, ... หรืออื่นๆ อีกมากมาย แต่ยังติดอยู่ที่ว่าจะใช้ตัวไหนดี
ถ้าพูดถึงความนิยมแล้ว ก็จะมีแค่ 2 ค่ายหลักๆ ก็คือ Debian กับ CentOS ทั้ง 2 ค่ายนี้ต่างมี นักพัฒนา และ
แอดมินทั่วโลกให้การสนับสนุนอยู่
มี Admin ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
I have used both as a user. I can confidently say both do the job equally
well.
As an administrator, I always prefer debian or debian based distros. But
that is because I spend most of my time on Debian and know it much better
than centos. In any case, aside from the proprietary stuff, what you can do
in debian, can be done in centos as well. It is a matter of where you can
get something done efficiently and quickly.
If the admin is comfortable/has experience with debian, go with Debian. If
the admin has experience with centos, go with centos.
just my 2 cents
raju
แปล
ไม่ว่าจะเป็น Debian หรือ CentOS ต่างก็สามารถทำงานได้พอๆ กัน
แต่ผมชอบ Debian มากกว่าเพราะ ผมได้ใช้เวลากับมันมากกว่า CentOS ทำให้ผมถนัด Debian มากกว่า
แต่ในความเป็นจริงแล้ว อะไรๆที่คุณทำได้บน Debian ก็สามารถทำได้บน CentOS เช่นกัน
มันขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดตัวไหนมากกว่ากันต่างหาก
ถ้าคุณถนัด Debian ก็ใช้ Debian ถ้าคุณถนัด CentOS ก็ใช้ CentOS
ถ้าหากใครยังลังเลว่าจะใช้ตัวไหนละก็ ก็ลองมันทั้ง 2 ตัวเลยก็ได้ครับ แล้วชอบตัวไหนก็ใช้ตัวนั้น
เพราะมันก็ทำงานได้เหมือนๆ กัน (ผมชอบ CentOS มากกว่า เพราะผมใช้แต่ CentOS ^_^)
อ้างอิง: http://linux.derkeiler.com/
posted on 21 Jun 2009 18:53 by totiz in Server
บทความนี้จะเป็นเรื่องเฉพาะทางหน่อยนะครับ สำหรับคนทีเ่ป็น Admin Linux ควรจะรู้เอาไว้
- ปัญหา Read-only file system เป็นปัญหาที่อาจเกิดกับ Drive ที่ Mount เอาไว้ใน Linux
แล้วมีการปิดระบบโดยฉับพลัน เช่น ไฟดับ, ปิดระบบโดยกดปุ่ม Power, โปรแกรม Crash ขณะกำลังเขียนไฟล์
ซึ่งปัญหาตรงนี้มันเป็นที่ตัวระบบไฟล์ ไม่ใช่ว่าตัว Harddisk มีปัญหาอย่างที่หลายคนเข้าใจ(รวมทั้งผมด้วย)
วิธีแก้ก็คือ ต้องกู้ตัวระบบโครงสร้างไฟล์กลับคืนมาโดยสั่งตามนี้เลยครับ
- ปิด Service ทุกตัวที่อ่านไฟล์ตรง Drive ที่มีปัญหาอยู่
- umount -l /dev/xxx (เช่น umount -l /hdd1) Unmount ตัว Drive ที่มีปัญหา
- fsck -fn /dev/xxx (เช่น fsck -fn /dev/sda1) เพื่อตรวจสอบดูก่อนว่ามีปัญหาจริงหรือป่าว
- fsck -fy /dev/xxx (อาจใช้เวลาเป็น ชม.) หลังจากที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีปัญหาจริง ก็ค่อยสั่งบรรทัดนี้ครับ โดยคำสั่งนี้จะไปตรวจสอบ และแก้ไขจุดที่ผิดพลาดต่างๆ
- Mount (เช่น mount /dev/sda1 /hdd1) กลับเข้าที่เดิม
- ทดสอบลองเขียนไฟล์ลงไปดู เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ
ที่มา:
http://markmail.org/message/fnvp7aww46xqdmac
posted on 31 May 2009 13:28 by totiz in Server
หากเวปที่มีจำนวน connect ปริมาณมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Apache และ Lighttpd หากไม่ปรับแต่งอะไรเลย
ก็มีโอกาสตัว Web server จะทำงานไม่ทันได้ง่ายๆ
การปรับแต่ง Lighttpd สำหรับ connection ปริมาณมากๆ
- server.max-keep-alive-requests = 0
สำหรับกำหนดว่า connection ต้องเป็นแบบ close เท่านั้น(ลด concurrent connection ไปได้เยอะ)
- server.network-backend = "writev"
สำหรับเวปที่มีการส่งไฟล์ใหญ่ๆ เช่นพวกเวปดาวน์โหลดไฟล์ ควรใช้ network-backend เป็น writev(ที่มา)
- server.max-connections = 8192
กำหนดจำนวน connection มากสุด
- server.max-fds = 16384
กำหนดจำนวนการเปิดไฟล์ทั้งหมด(socket, file,php)
- server.max-worker = 128
กำหนดจำนวน process ที่จะใช้ทำงานสำหรับรองรับ request ต่างๆ (ยิ่งเวปเรามี delay จากระบบ network มากเท่าไร ค่านี้ก็ควรกำหนดเอาไว้เยอะๆ)
- server.max-stat-threads = 128
เป็นค่าที่กำหนดจำนวน stat() sys-call ยิ่งเยอะยิ่งดีเช่นกัน(แต่ต้องพอดีๆ ที่มา)
- server.max-read-threads = 512
กำหนดจำนวน thread ที่จะใช้ในการอ่านไฟล์พร้อมๆกัน
วันนี้ก็พอเท่านี้ก่อนนะครับ ไว้วันหลังจะนำ Tips การปรับแต่งมาลงอีก(ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อนนะ ^_^)